เปิดใจ 2 แข้งทีมชาติไทย “อดิศร-ฐิติพันธ์” ที่มาที่ไปเปิดร้านกาแฟแบรนด์ดัง

09/05/2020 korn

เปิดใจ 2 นักเตะทีมชาติไทยอย่าง “อดิศร พรหมรักษ์” และ “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” ถึงการร่วมกันเปิดร้านกาแฟแบรนด์ดังในครั้งนี้

จุดเริ่มต้นของการมาเปิดร้านที่นี่และทำไมถึงเป็น 2 คนนี้

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : เราได้กินข้าวด้วยกันบ่อย ผมกลับมาไทยแล้วหมู่บ้านอยู่ใกล้กัน นั่งคุยนั่งกินข้าวก็คุยกันว่าอยากทำธุรกิจสักอย่างหนึ่ง เป็นจังหวะพอดีที่แฟนผมมีคนรู้จักร้านนี้และเขาหาคนที่จะทำธุรกิจต่อ ก็เลยคุยกับเก่ง (อดิศร พรหมรักษ์) ว่าเอายังไง จะเปิดดีไหม ที่เลือกเก่งเพราะเห็นเก่งทำหลายกิจการ, เป็นคนขยันทุ่มเท เราก็สนิทกัน และแฟนเราสนิทกัน ก็เลยชวนเก่งมาเปิดธุรกิจร่วมกัน

อดิศร พรหมรักษ์ : เหมือนกันเลยครับ คิดอยากทำอะไรสักอย่างให้มันเป็นธุรกิจที่สามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคต มันมีจังหวะที่ดีได้มีคนมาคุยเรื่องการทำธุรกิจ ได้มาดูทำเล มาดูทุกๆ อย่างก็เลยตอบตกลงไปว่า อยากทำ จนได้มาเปิดในวันที่ 1 พฤษภาที่ผ่านมา

วางแผนให้ร้านเป็นที่รู้จัก หรือมีจุดขายของร้านให้มีความโดดเด่นยังไงบ้าง

อดิศร พรหมรักษ์ : สำหรับผมแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่คนรู้จักอยู่แล้ว แต่ว่าสาขาในตลาดกระทรวงการคลังเนี่ย ผมจะทำให้มันเด่นกว่า ให้คนรู้สึกว่าที่นี่มีนักฟุตบอลทีมชาติมาเปิด แล้วมีนักฟุตบอลทีมชาติหลายคน แล้วก็จะมีการโปรโมต เพราะตรงนี้เป็นตลาดออฟฟิศอยู่แล้ว ก็เวลาประกาศไปคนก็จะเข้ามา คนจะรู้จักมากขึ้น และทุกคนก็ไปพูดในหน่วยงานของเขา ว่าเนี่ยมีคนมาทำ มีนักบอลทีมชาติมาทำนะ ก็เหมือนพูดกันปากต่อปาก แสดงให้เห็นว่าเราอยากทำจริงๆ อยากให้คนมาทาน และมีความประทับใจ บวกกับเรื่องฟุตบอลด้วย

หลังจากที่ได้มาลองทำตรงนี้ ความยากง่ายของกิจการตรงนี้คืออะไร

อดิศร พรหมรักษ์ : จริงๆ ยากมาก อยากทำอะแหละ แต่ผมยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงจะทำยังไงไม่รู้จะเป็นยังไง แต่พอได้มาทำ มันไม่ใช่แค่เราเปิดแล้วเราขายได้เลย เราต้องไปจดทะเบียนบริษัทนะ เหนื่อย แล้วก็ต้องมีดูแลลูกน้องอีก 2 คน ไม่ใช่เราดูแลกันแค่ 4 คน ต้องเรียนรู้พอสมควร มันก็เหนื่อยพอสมควร แต่ว่าพอทำแล้วเราก็สนุก ตั้งแต่เปิดร้านมาแฟนผมบอกไม่ต้องมาก็ได้ มาเฉพาะวันที่มีคนมาหาก็พอ แต่ผมสนุก เราอยากเข้าทุกวัน มันสนุกดี อยู่บ้านไม่มีไรทำ เราก็มาตรงนี้

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : เรารู้สึกว่าเราได้นอนตรงเวลา นอนเร็วขึ้น ตื่นก็ 8-9 โมง เป็นการพักผ่อนที่พอดีเลย เราก็จะไม่ไปนอนดึกๆ มันทำให้ตารางชีวิตเราเปลี่ยนไป ส่วนเรื่องฟุตบอล ผมคิดว่าในช่วงนี้เราก็มาได้ เป็นช่วง โควิด-19 พอดี เราก็มาเรียนรู้จากที่อยู่บ้าน ก็มาอยู่ร้านกาแฟสบายๆ เจอคนมากมายได้คุยกับหลายคน ผมว่ามันแฮปปี้ดี

อีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า เรามองภาพให้ร้านนี้เป็นยังไงบ้าง

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : จริงๆ ร้านมันก็ดีอยู่แล้ว แต่เราอยากทำให้มันดีขึ้นกว่านี้ เราอยากทำให้คนที่ผ่านเข้ามารู้สึกกินกาแฟของเรา เจอพนักงานของเรา ความสะอาดของเรา อยากให้ประทับใจมากที่สุด ก็จะทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ อะไรที่มันผิดพลาดก็ขออภัยด้วยกับคนที่มา จะพยายามปรับปรุงให้มันดีขึ้นครับ

อดิศร พรหมรักษ์ : ส่วนใหญ่ช่วงแรกเลยก็จะมีแฟนบอลและก็นักฟุตบอลหลายๆ คนที่มาแสดงความยินดี บางครั้งมาเราก็ตกใจไม่คิดว่าจะมาเยอะขนาดนี้ บางครั้งเราก็ต้อนรับไม่ทัน บางคนก็แทบไม่ได้คุย ต้องขออภัยด้วย เราอยากให้คนมาเนี่ยประทับใจ ในรสชาติของอเมซอน และก็ประทับใจในการบริการ เราก็มีสอบถามคนมีพนักงานที่เขาอยู่ประจำอยู่แล้ว เราก็ถามว่าใครเป็นลูกค้าประจำบ้าง เราก็ได้รู้จักเขา ถามเขาเพราะว่าเราเพิ่งมาใหม่ ถ้าอะไรไม่เหมือนเดิมหรืออยากให้ปรับปรุงอะไรที่มันดีขึ้น ก็บอกผมได้ ติผมได้ ผมพร้อมปรับปรุงให้ทุกอย่าง

สุดท้ายนี้อยากให้ฝากกิจการหน่อยรวมถึงฝากให้แฟนบอลติดตามผลงานของทีมต้นสังกัดของแต่ละคน

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : ก็ฝากร้านก่อนเลยแล้วกันครับ ร้านนี้อยู่สาขาตลาดหลังกระทรวงการคลัง อยู่ชั้น 2 ครับ อยู่ซอยวิบูรณ์วัฒนา 5 ครับ ใครมาอาจจะมองไม่เห็นต้องเงยหน้าขึ้นมาหน่อย (หัวเราะ) ส่วนทีมของผม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) ปีนี้ก็เริ่มต้นได้ดี 4 นัดแรก ก่อนที่จะพักเบรกไปจากการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ก็ฝากแฟนบอลเป็นกำลังใจให้ผมและทีมของผมด้วย ตอนนี้เราก็ต้องเข้มงวดกับมาตรการอยู่ที่ทำตามความแนะนำของแพทย์และพยาบาล ผมว่าถ้าทุกคนช่วยกันสถานการณ์ก็จะกลับมาดีขึ้น และก็เราจะได้กลับมาดูฟุตบอลกันเร็วๆ ครับ

อดิศร พรหมรักษ์ : ผมก็ฝากร้านก่อนเลยครับ (ยิ้ม) ร้านอยู่สาขาตลาดหลังกระทรวงการคลัง และก็โปรตีนไก่ปั่นโฮลี่ชิคครับ ที่ทำอยู่ในตอนนี้ เป็นเหมือนคนออกกำลังกายทานได้และไม่ออกกำลังกายก็ทานได้ เหมือนอาหารเสริม ฝากติดตามผลงานเราทั้ง 2 คน ทั้งสโมสรแล้วก็ทีมชาติด้วยนะครับ แล้วก็อยากให้ทุกคนอดทนผ่านวิกฤติ “โควิด-19” นี้ไปด้วยกันนะครับ สู้ๆ นะครับ

Leave Comment